วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553










โครงสร้างและหน้าที่ของระบบย่อยอาหารในร่างกายสัตว์
สัตว์ต่าง ๆ เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่ที่แตกต่างกัน และสัตว์ต่าง ๆ เหล่านี้บางชนิดมีเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ยังไม่มีการพัฒนาให้เห็นได้ชัดเจน แต่บางชนิดก็มีการพัฒนาให้เห็นได้อย่างชัดเจน มีความซับซ้อนของโครงสร้างของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีผลทำให้ระบบต่าง ๆ มีส่วนประกอบของโครงสร้างและ
หน้าที่การทำงานต่างกันออกไป





















1.1 การย่อยอาหารในสัตว์มีกระดูกสันหลัง
สัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด เช่น ปลา กบ กิ้งก่า แมว จะมีระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์ ซึ่งทางเดินอาหารของสัตว์มีกระดูกสันหลังประกอบด้วย
ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ทวารหนัก












รูปแสดงทางเดินอาหารของวัว






1.2 การย่อยอาหารในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
1.2.1 การย่อยอาหารในสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์


















1.2.2 การย่อยอาหารในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีทางเดินอาหารสมบูรณ์






































































































วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เผยโฉม 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลกมาดูกันว่ามีอะไรบ้างนะ
1. - เมืองซีเชน อิตซา เขตยูคาทาน เม็กซิโก (Chichen Itza)
2. - รูปปั้นพระเยซูคริสต์ บนยอดเขาเมืองริโอ เดอ จานิโร บราซิล (Christ Redeemer)
3.- สนามโคลอสเซียม กรุงโรม อิตาเลียน (Colosseum)
4.- กำแพงเมืองจีน (Great Wall)
5.- "เปตรา" เมืองนครหินสีชมพู จอร์แดน
6.- เมืองสาบสูญแห่งอินคา "มาชูปิกชู" เปรู (Machu Picchu)
7. - ทัชมาฮาล เมืองอักรา อินเดีย (Tal Mahal)
น่ายินดีนะคับที่มี 7 สิ่งมหัศจรรย์อยู่ในทวีปเอเชียหลายที่เลย ขอแสดงความยินดีกับทุกประเทศด้วยนะคับ
-------------------------------------------------------------------------วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 หรือ 07.07.07 คือวันประกาศผลการลงคะแนนคัด 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ของโลก โดยงานจัดที่เบนฟิกาสเตเดี้ยม ในกรุงลิสบอน,โปรตุเกสพวกเราต่างคุ้นกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์หรือ 7 Wonders ด้วยมีสถานที่สำคัญๆหลายแห่งอ้างอิงว่าเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ โดยความจริงแล้วไม่มีการรับรองเป็นทางการไม่ว่าทัชมาฮาล,นครวัดฯลฯ ที่ยอมรับในความมหัศจรรย์ล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างอายุกว่า 2 พันปีและเหลือเพียงมหาพีระมิดแห่งกิซา,อียิปต์เท่านั้นที่เหลืออยู่ นอกนั้นชำรุดทรุดโทรมไม่เหลือแม้ซากทราบว่ามหาพีระมิดกีซาได้รับยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการผู้จัดให้มีการโหวดตกลงคัดออกจากบัญชีโหวด เพื่อให้เกียรติของเก่าการแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์ การแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์ในโลกอันกว้างนั้นสามารถจำแนกออกเป็นหลายสาขาด้วยกัน เช่น สิ่งมหัศจรรย์สาขาภูมิศาสตร์,สาขาประวัติศาสตร์,สาขาจิตรกรรม และสถาปัตยกรรม,สาขาชีววิทยา และสาขาวิทยาศาสตร์ การจัดแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม หรือในด้านการก่อสร้างสามารถบ่งออกได้เป็น 3 ยุค หรือ 3 สมัย คือ- สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยโบราณ อายุตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล - ค.ศ. 500 ประมวลและจัดโดยนักปราชญ์กรีก ชื่อ แอนติเพเตอร์( Antipater ) แห่งไซดอน ( Sidon )ในศตวรรษที่สองก่อน ค.ศ. สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 7 อย่าง สมัยโบราณเป็นผลงานของมนุษย์ทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและศิลปะชวนพิศวง จากยุคสมัยแรกเริ่มอารยธรรมของโลกในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ ในอียิปต์ ถึงยุคความรุ่งเรืองของอารยธรรมกรีก โบราณ และยุคสมัยอาณาจักรโรมันเรืองอำนาจ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณ ได้แก่
1.พีระมิดแห่งเมืองกิซา

2.มหาวิหารอาร์เทมีส
3.สุสานของกษัตริย์โมโซรุส
4.สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน
5.เทวรูปเทพเจ้าซีอุส
6.เทวรูปเทพเจ้าเฮลิออส
7.หอประภาคารโรส
สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยกลาง อายุตั้งแต่ คริสตศตวรรษที่ 5 - คริสตศตวรรษที่ 16 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง ถูกจัดขึ้นมาและเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายต่อมาหลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณแทบทั้งหมด ยกเว้นพีระมิด ล้วนแต่เสื่อมโทรมเสื่อมสลายไปหมดสิ้น เหลือเพียงร่องรอยหลักฐาน หรือแบบจำลองเท่านั้น สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง ล้วนแต่ยังดำรงอยู่เป็นหลักฐานให้ศึกษากันในปัจจุบันถึงแม้จะเสื่อมโทรมไปบ้างตามกาลเวลา สำหรับคำว่า สมัยกลาง ของ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง มีความหมายเพียงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคถัดมา จากยุคโบราณเท่านั้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1.หอเอนเมืองปิซา

2.สนามกีฬากรุงโรม
3.สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย
4.สุเหร่าเซ็นโซเฟีย
5.กำแพงเมืองจีน
6.เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง
7.กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์
สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยปัจจุบัน สร้างขึ้นระหว่าง ศตวรรษที่ 17 - ศตวรรษที่ 20 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ได้นำการจัดอันดับจากหนังสือความรู้รอบตัว(รพีพรรณ ลาวัณยจรัสโยธิน.ความรู้รอบตัว.กรุงเทพฯ:รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, มปป.) มีการจัดอันดับดังนี้
1.ปราสาทหินนครวัด

2.ทัชมาฮาล
3.พระราชวังแวร์ซายส์
4.เรือควีนแมรี่
5.สะพานโกลเด้นเกต
6.ตึกเอมไพร์สเตต
7.เขื่อนยักษ์ฮูเวอร์

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553



7 สิ่งมหัศจรรย์ อนุสวรีย์ชัย ใจกลางกรุงเทพ อีกที่หนึ่ง ที่ไม่เคยเงียบเหงาไปจากผู้คน

- สิ่งมหัศจรรย์ของโลกหลายอย่างมีอยู่ในที่แห่งนี้

1.มนุษย์มหัศจรรย์..... คุณเคยสังเกตมั๊ยตามสะพานลอยหรือพื้นถนนด้านล่างจะมีมนุษย์มหัศจรรย์เหล่านี้แฝงตัวอยู่มากมาย...บางคนสามารถคลานไปไหนมาไหนแทนการเดินได้ แม้ว่าวันนั้นพื้นถนนจะร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ไม่หวั่น..บางคนเป็นแผลที่ไม่มีทางรักษาหายได้ตลอดชีวิตและจะเป็นอยู่ที่เดียวผ้าพันแผลไม่เคยเปลี่ยนแต่แผลไม่ยักกะเน่าประมาณว่าร่างกายมหัศจรรย์มาก

2.เด็กมหัศจรรย์.... เชื่อมั๊ยครับเด็กที่นี่ทำงานหาเงินได้ตั้งแต่อายุแค่3ขวบผมเห็นมีอยู่หลายคนแต่คนหนึ่งสะดุดตามากคืออายุประมาณ 3ขวบมักนั่งหน้าดอกหญ้าที่หลังงอๆนะ...แหมหาเงินเก่งดี..ทำไมสังคมสงเคราะห์ไม่ มาช่วยปล่อยให้เด็กเค๊าหาเงินให้ใครก็ไม่รู้..นอกจากนี้แถวๆร้านอาหารเวลานั่งกินจะมีเด็กๆมาขอเงิน. ขออยู่ได้ทุกวันผมก็ไม่เคยให้มันก็ไม่เคยจำแถมยังหยิกผมอีก..เด็กบ้าอะไรสมองมหัศจรรย์จริงๆ

3.สติกเกอร์ทีเผลอมหัศจรรย์.. สติกเกอร์ที่ว่านี้จะอยู่ตรงหัวมุมทางขึ้นหากใครเดินเผลอๆไม่ระวังหรือหากคุณเป็นคนต่างจังหวัดสติกเกอร์เหล่านี้จะลอยเข้ามือคุณได้เองอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งพร้อมทั้งการสูญเงินไปอีก20บาทอย่างน่าอัศจรรย์

4.มนุษย์ล่องหน... อืมอันนี้โดนมากับตัวประมาณว่าแถวป้ายรถเมลมักจะมีถูกล้วงกระเป๋ากันบ๋อยมากแถม ยังไม่รู้ตัวอีกด้วยว่าฝีมือใคร.ร้ายกาจมาก ถ้าไม่ใช่มนุยษ์ล่องหนแล้วใครจะทำได้เนี่ย

5.มนุยษย์จิ้งจก...... บนสะพานลอยจะมีอยู่คนหนึ่งดูประมาณว่าแขนขาดทั้ง2ข้างกำลังเอาปากคาบแก้วเพื่อป ระกอบอาชีพสุจริตอยู่..แต่เมื่อไหร่ที่เค๊าคันขึ้นมาเค๊าจะงอกแขนออกมาสองข้างน อกเสื้อเพื่อเการ่างกายอย่างเมามัน...อืมน่าเอาไปออกงานวัด

6.work form home อาชีพมหัศจรรย์... เห็นคนมายืนแจกใบปลิวกันเพียบบอกว่างานอิสระทำงานวันละ2ชม.เลือกเวลาทำได้สามาร ถเลือกเวลทำงานได้นักศึกษา คนตกงานหรือคุณๆจะมีรายได้มหาศาลอืมมหัศจรรย์จริงอาชีพนี้.............

7.สาวน้อยมหัศจรรย์... ประเทศไทยแดดเปรี้ยงสุดๆแค่ไหนสาวไทยไม่หวั่นสายเดี่ยวเกาะอกโชว์เนื้อให้แดดเผ าเล่นประหนึ่งว่าผิวหนังไม่มีความรู้สึกมหัศจรรย์มาก..............

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


ทุกคนคงรู้ดีเกี่ยวกับบอลโลกใช่ไหม ให้ทายตัวการ์ตูนตัวเนี่ยชื่ออะไร M79มั่ง ว้าว! ผิด


ตัวการ์ตูนตัวนี้ชื่อ "ซาคูมิ" ตุ๊กตาฟุตบอลโลกปี2010นี้ ปีต่อไปอาจเป็นหมูก็ได้น่ะ ถ้าเป็นหมู

เวย์น รูนีย์ คงสู้ตาย 555++


อะแฮ่ม!คราวนี้เป็นสัญลักษณ์ฟุตบอลโลก










มาจะพูดเรื่องตลกให้ฟังเกี่ยวกับภาพนี้



ทุกคนเห็นรูปคนใช่ม่ะ ทุกคนคิดว่าคนกำลังตีลังกาเตะบอลใช่ม่ะ เเต่ว่าเราไม่คิดเงี้ย



เราคิดว่าคนถูกฟุตบอลพุ่งเข้าใส่อย่างจังจนหน้าหงายเชิดขึ้นฟ้าไปเลย5555++





ส่วนนี่คือเจ้าพอลปลาหมึกที่ทายบอลโลกถูกประมาณ75%ปลาหมึกตัวนี้อยู่ที่ประเทศเยอรมณี

มันเป็นภาพที่เจ้าพอลทายผลระหว่าง อาร์เจนตินากับเยอรมณี ปรากฏว่าผลออกมา1:4

เจ้าพอลก็ทายถูก ส่วนเยอรมณีกับสเปน ผลออกมา0:1เจ้าพอลทายสเปนก็ถูกอีก

คนเยอรมณีก็พากันบ่นปลาหมึกพอลว่า"ทำไมไม่เชียร์เยอรมณีบ้านตัวเองล่ะ" บ้างก็พูดว่า

"เดะจับไปกินปลาหมึกนึ่งมะนาว ปิ้งปลาหมึก ต้มยำปลาหมึก ซะเลย"

เดะรุจจะไปจับให้โดยใช้ฟันของมัน555+++

เจ้าพอลทายผิดเมื่อฟุตบอลโลกปี2008

ปีนี้เจ้าพอลก็ทายถูกว่าสเปนได้เเชมป์ ใครที่เป็นเเฟนบอลของสเปนก็ดีใจด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553












ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา
พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก ลองย้อนไปในอดีตโลกมีกำเนินมาประมาณ 4600 ล้านปี เชื่อกันว่าพัฒนาการตามธรรมชาติทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตถือกำเนินบนโลกประมาณ 500 ล้านปีที่แล้ว ยุคไดโนเสาร์มีอายุอยู่ในช่วง 200 ล้านปี สิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ ค่อย ๆ พัฒนามา คาดคะเนว่าเมื่อห้าแสนปีที่แล้วมนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่างกันและพัฒนามาเป็นภาษา มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือ และจารึกไว้ตามผนึกถ้ำ เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่ามนุษย์ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการพัฒนาตัวหนังสือที่ใช้แทนภาษาพูด และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่าฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ทำให้การสื่อสารด้วยข้อความและภาษาเพิ่มขึ้นมาก เทคโนโลยีพัฒนามาจนถึงการสื่อสารกัน โดยส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว และเมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว ก็มีการส่งภาพโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ทำให้มีการใช้สารสนเทศในรูปแบบข่าวสารมากขึ้น ในปัจจุบันมีสถานที่วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แ ละสื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการกระจ่ายข่าวสาร มีการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อรายงานเหตุการณ์สด เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ จะเห็นได้ว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องให้เห็นอยู่ตลอดเวลา





ความจำเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง การทำงานพื้นฐานเป็นเพียงการกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำงานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้
การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทำบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ




ชนิดของซอฟต์แวร์
ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจำหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทำงาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)
ซอฟต์แวร์ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การทำงานของซอฟต์แวร์ระบบคือดำเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วแปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง
เมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะทำงานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ทำงานนี้เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะทำงานไม่ได้
ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาต่าง ๆ
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจำหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็นสองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สำเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สำเร็จในปัจจุบันมีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ฯลฯ



คำศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจ

1> assembly language: ภาษาแอสเซมบลี เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาระดับต่ำคล้ายๆกับภาษา Basic และภาษา COBOL

2> automatic teller machine: เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ เป็นเครื่องทีไม่มีคนประจำอยู่ ซึ่งสามารถควบคุมการถอนเงิน การดูยอดบัญชีและทำ งานอื่นๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินโดยอัตโนมัติ

3> auxiliary storage: หน่วยเก็บช่วย หน่วยเก็บรอง เป็นหน่วยความจำที่ช่วยในการรองรับหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์หรือที่เรียก ว่า หน่วยความจำสำรอง (Secondary storage)

4> background processing: การประมวลผลส่วนหลัง เป็นการ Execute โดยอัตโนมัติของโปรแกรมส่วนหลังระหว่างโปรแกรมคอมฯ กับระบบ ปฏิบัติการ เมื่อระบบไม่สามารถทำตามคำสั่งการประมวลผลส่วนหน้าได้

5> backup: การสำรอง การสำรองเอาไว้ใช้สำรองโปรแกรมหรือสำรองไว้เพื่อกันโปรแกรมเสียหาย 6> BASIC: ภาษาเบสิก เป็นภาษาระดับสูงใช้ในการเขียนโปรแกรม เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้และ การทำงานเป็นแบบแบ่งเวลา (Time Sharing)

7> batch processing: การประมวลผลแบบกลุ่ม การประมวลผลของตัวเลขหรือกลุ่มของตัวเลขจะมีการประมวลผลแบบกลุ่มและการประมวลผล เป็นแบบเรียงลำดับ การรันโปรแกรมของคอมพิวเตอร์จะรัน 1 โปรแกรมไม่เหมือนกับที่ต้องการ รันโปรแกรมทีละ Operator ในโปรแกรม

8> binary number system: ระบบเลขฐานสอง ในระบบเลขฐานสองจะมีอยู่ 2 digits คือ เลข 0 กับเลข 1 ซึ่งคอมพิวเตอร์จะให้แปลงคำสั่งเป็น เลข 0 และ 1 ในการประมวลผล และใช้เลข 0, 1 เป็นเงื่อนไขหรือการกระทำ

9> booting the system: การเริ่มทำงานของระบบ การเริ่มต้นทำงานของคอมพิวเตอร์ จะเริ่มจากการ Boot เครื่องและจะมีระบบปฏิบัติการหรือ DOS เข้ามาในหน่วยความจำหลัก

10> buffer: ที่พักข้อมูล ที่ปรับอัตรา หรือกันชน ใช้พักข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ Input/out กับ CPU เป็นพื้นที่สำหรับหน่วยความจำขนาดเล็ก ติดต่อ buffer สองตัว

11> bug : จุดบกพร่อง การ error ในระบบหรือโปรแกรม การ error ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือในรายละเอียดบางชิ้น ของฮาร์ดแวร์

12> bus: บัส การสื่อสารระหว่าง Provide หรือ มากกว่า 1 devices เช่น ระหว่าง CPU, หน่วยความจำ และ อุปกรณ์รอบนอก โดยคอมพิวเตอร์จะต่อเข้ากับเครื่อง Server

13> byte: ไบต์ เป็นกลุ่มของบิต จะมีอยู่ 8 operater ในหน่วยหนึ่ง โดยจะมีตัวแปรเป็นอักขระหรือสัญลักษณ์พิเศษ โดยปกติ 1 ไบต์จะมี 8 บิต

14> cache memory: หน่วยความจำแบบแคช เป็นหน่วยความจำที่มีการทำงานสูง ความเร็วสูง เป็นการทำงานของหน่วยความจำเพื่อประมวลผล ข้อมูลหรือโครงสร้าง

15> CAD/CAM: การออกแบบและผลิตโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย โดยปกติทั่วไปจะนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบและกระบวนการผลิตของธุรกิจต่างๆ

16> CAI: การสอนใช้คอมพิวเตอร์ช่วย คือการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสอน ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้เองโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อ

17> constant: ค่าคงที่ เป็นตัวเลขที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ในโปรแกรม

18> control program: โปรแกรมควบคุม ปกติจะเป็นระบบปฏิบัติการ โปรแกรมควบคุมสามารถช่วยควบคุมการปฏิบัติการและการจัดการใน ระบบคอมพิวเตอร์

19> control unit: หน่วยควบคุม เรียกกันว่า CPU และสามารถพบได้ในการ execution ของโครงสร้างโปรแกรม และเป็นการประมวล ผลส่วนกลางซึ่งจะทำงานควบคุมโดยตรงของระบบคอมพิวเตอร์

20> coursor: ตัวชี้ตำแหน่ง สัญลักษณ์ที่แสดงผลบนจอภาพ คือ ขีดเส้นใต้กระพริบเพื่อแสดงหรือชี้ว่า ตัวถัดไปอยู่ตำแหน่งไหน อาจจะเป็นสัญลักษณ์ขีดเส้นใต้ หรือกล่องซึ่งบอกว่าคุณกำลังอยู่ตำแหน่งไหนบนจอภาพ





ไมโครซอฟท์ (หุ้นแนสแด็ก: MSFT) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก[ต้องการแหล่งอ้างอิง] โดยมียอดขายประมาณ 4 แสนล้านบาท และพนักงานประมาณ 57,000 คน ใน 90 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองเรดมอนด์ (ห่างจากเมืองซีแอตเทิล ประมาณ 22 กม.) มลรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ผลิต พัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ขายดีติดอันดับคือระบบปฏิบัติการชื่อไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และซอฟต์แวร์สำหรับสำนักงานชื่อไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ นอกจากนั้นแล้วไมโครซอฟท์ยังได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดอื่นๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ MSNBC เว็บไซต์ MSN และรวมถึงสารานุกรมไมโครซอฟท์ เอ็นคาร์ตา. ไมโครซอฟท์ยังได้ทำตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น ไมโครซอฟท์ เมาส์ ไมโครซอฟท์ คีย์บอร์ด ไมโครซอฟท์ ฮารด์แวร์ ไมโครซอฟท์ LifeCam รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆเช่น เครื่องเล่นวีดีโอเกม Xbox MSN TV และ Zune เป็นต้น

ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามความสามารถของระบบ
จำแนกออกได้เป็น 4 ชนิด โดยพิจารณาจาก ความสามารถในการเก็บข้อมูล และ ความเร็วในการประมวลผล เป็นหลัก ดังนี้
ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer)
หมายถึง เครื่องประมวลผลข้อมูลขนาดเล็กมีส่วนของหน่วยความจำและความเร็วในการประมวลผลน้อยที่สุดสามารถใช้งานได้ด้วยคนเดียว จึงมักถูกเรียกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) ปัจจุบัน ไมโครคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงกว่าในสมัยก่อนมากอาจเท่ากับหรือมากกว่าเครื่องเมนเฟรมในยุคก่อน นอกจากนั้นยังราคาถูกลงมากดังนั้นจึงเป็นที่นิยมใช้มาก ทั้งตามหน่วยงานและบริษัทห้างร้าน ตลอดจนตามโรงเรียนสถานศึกษา และบ้านเรือนบริษัทที่ผลิตไมโครคอมพิวเตอร์ออกจำหน่ายจนประสบความสำเร็จเป็นบริษัทแรก คือบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ จำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. แบบติดตั้งใช้งานอยู่กับที่บนโต๊ะทำงาน (Desktop Computer)
2. แบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable Computer) สามารถพกพาติดตัวอาศัยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จากภายนอก ส่วนใหญ่มักเรียกตามลักษณะของการใช้งานว่า Laptop Computer หรือ Notebook Computer
มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer)
ธุรกิจและหน่วยงานที่มีขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ขนาดเมนเฟรมซึ่งมีราคาแพงผู้ผลิตคอมพิวเตอร์จึงพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็กและมีราคาถูกลง เรียกว่าเครื่องมินิคอมพิวเตอร์โดยมีลักษณะพิเศษในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ประกอบรอบข้างที่มีความเร็วสูงได้มีการใช้แผ่นจานแม่เหล็กความจุสูงชนิดแข็ง (Harddisk) ในการเก็บรักษาข้อมูลสามารถอ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว หน่วยงานและบริษัทที่ใช้คอมพิวเตอร์ขนาดนี้ ได้แก่ กรม กอง มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)
หมายถึงเครื่องประมวลผลข้อมูลที่มีส่วนความจำและความเร็วน้อยลงสามารถใช้ข้อมูลและคำสั่งของเครื่องรุ่นอื่นในตระกูล (Family) เดียวกันได้โดยไม่ต้องดัดแปลงแก้ไขใดๆ นอกจากนั้นยังสามารถทำงานในระบบเครือข่าย (Network) ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องปลายทาง (Terminal) จำนวนมากได้ สามารถทำงานได้พร้อมกันหลายงาน (Multi Tasking) และใช้งานได้พร้อมกันหลายคน (Multi User) ปกติเครื่องชนิดนี้นิยมใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่มีราคาตั้งแต่สิบล้านบาทไปจนถึงหลายร้อยล้านบาทตัวอย่างของเครื่องเมนเฟรมที่ใช้กันแพร่หลายก็คือ คอมพิวเตอร์ของธนาคารที่เชื่อมต่อไปยังตู้ ATM และสาขาของธนาคารทั่วประเทศนั่นเอง
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer)
หมายถึงเครื่องประมวลผลข้อมูลที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงที่สุดโดยทั่วไปสร้างขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่องานด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องการการประมวลผลซับซ้อนและต้องการความเร็วสูง เช่น งานวิจัยขีปนาวุธ งานโครงการอวกาศสหรัฐ (NASA) งานสื่อสารดาวเทียม หรืองานพยากรณ์อากาศ เป็นต้น

๐จบเเล้ววววงับ๐